2006/Nov/14

ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงคืนแล้ว.. อีก 15 นาทีจะเที่ยงคืน
ผมคงต้องเลือกลงสถานีใดสถานีหนึ่ง
ก่อนที่ "..การรถไฟแห่งชีวิต.." จะปิดทำการ
ผมจับรถไฟเที่ยวแรกในเช้าวันนี้อย่างรีบร้อน
เพียงเพื่อจะมาพบปะเพื่อน ๆที่ได้เคยพบเจอกันบนรถไฟ
ผมพบเพื่อนหลายคนยิ้มแห้ง ๆ บอกกับผมอย่างเศร้า ๆ ว่า
"..
เมื่อวานนี้เกือบจะไปถึงสถานีความรักแล้วเชียวแต่เราไม่กล้าพอที่จะลง.."
ผมได้แต่มองเพื่อนอย่างสงสารจับใจ
เขาคนนี้ขึ้นรถไฟบ่อยกว่าผมเสียอีก
และหลายครั้งก็เกือบจะได้ลงที่ "..สถานีความรัก.." แล้วด้วย
เพื่อนผมคนนี้มักจะขึ้นรถไฟที่ "..สถานีความเหงา.." ทุก ๆ วัน
ต่างกับผมที่ว่าผมขึ้นที่ "..สถานีการค้นหา.." ผมจึงไม่รีบร้อนไปสู่สถานีความรักมากนัก
เพราะมีอีกหลายสถานีที่ผมยังไม่ได้แวะลง
หรือบางสถานีนั้นก็เผลอเรอลงเข้าใจผิดคิดว่าถึงสถานีความรัก
แต่วันนี้ผมตั้งใจแล้วว่า..จะต้องไปให้ถึงสถานีความรักให้ได้..

เพื่อนผมอีกคนหนึ่งเป็นชายหนุ่ม
คนนี้ยิ้มเผล่ มาจาก "..สถานีความหลง.."
เมื่อหลายวันก่อนเขารีบร้อนลงที่ "..สถานีความใคร่.." โดยที่ลืมเอาหัวใจไปด้วย
มีผู้หญิงคนหนึ่งเก็บไว้ให้ตั้งแต่วันนั้น เธอถามผมว่า
"..
จะบอกเพื่อนคุณดีมั้ยค่ะว่าดิฉันก็เป็นห่วงและอยากคืนใจให้กับเขา.."
ผมได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบอะไรและเมียงมองความสัมพันธ์ของทั้งสองที่สวนทางกัน
แต่ผมเชื่อว่าเพื่อนชายของผมคงได้เลือกสถานีที่ได้ลงกับเธออีกไม่นานนี้

ตลอดทั้งวันมานี้ ผมอ่านลำนำ บทชวนเชื่อของสถานีต่าง ๆ
รับฟังคำเล่าขานของผู้คนที่ได้สลักไว้บนฝาผนังรถไฟ บนเบาะ
เกี่ยวกับสถานีต่าง ๆ ที่พวกเขาได้แวะลง
มีคนหนึ่งเล่าว่าเขาขึ้นรถไฟที่สถานีความหลงและลงที่ "..สถานีความตาย.."
และอีกหลายคนก็บอกว่า เลิกที่จะหวังว่าชีวิตนี้จะไปถึงสถานีความรักแล้ว
จึงตัดสินใจที่จะลงตามเบี้ยบ้ายรายทาง สถานีความเหงาบ้าง "..สถานีความเดียวดาย.."บ้าง
ผมก็เคยลงสถานีแบบนี้มาบ้าง แต่ไม่นานก็ต้องจับรถไฟไป "..สถานีความสุข.." ทุกที

ผมพูดคุยพบปะ แลกเปลี่ยนรอยยิ้มกับคนรอบข้างมากมาย
หลาย ๆคนคือคนที่ผมเคยเห็นตั้งแต่ครั้งก่อนที่มานั่งรอ แต่นั้นก็นานมาแล้ว
บางคนก็เขามาทักทาย ถามว่าผมจะลงสถานีใด
พอผมบอกว่า "..ลงสถานีความรักคับ.." เท่านั้นก็ถึงกับส่ายหัวและสบถ
"..
ชาตินี้จะมีวันไปถึงเหรอ ไกลก็ไกลรอไม่ไหวหรอก.."
แล้วเขาก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมครุ่นคิดว่าจะลงกลางทางเสียดีมั้ย

อีก 15 นาทีจะเที่ยงคืน
ดึกมากแล้วดาวบนฟ้าส่องประกายระยับจับใจคนบนรถไฟที่เหม่อมองขึ้นไป
ลมหนาวพักพรูขึ้นมา...นั่น คนขี้หนาวขอลงที่สถานนีหน้าเสียแล้ว
ผมได้แต่กอดตัวเองไว้มั่นมันแน่นหนาพอที่จะทำให้ผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองทีเดียว
ผมเหงา ท้อและเริ่มอ่อนเพลียจากการเดินทางมาทั้งวัน
สถานีข้างหน้าเป็นสถานีของคนอ่อนล้า
หลายคนเดินลงไปเพราะเห็นว่า อย่างไรก็คงไปไม่ถึง
แต่หลาย ๆคนอย่างผมคนหนึ่ง ก็ยังอดทนที่จะรอไปให้ถึงสถานีความรัก

รถไฟเคลื่อนขบวนผ่าน "..สถานีความเข้าใจ.." "..สถานีความเดียวดาย.." "..สถานีความท้อถอย.."
น้ำตาผมไหลอย่างไม่รู้ตัว ผมคงจะทนไม่ได้แล้วหล่ะ
เกือบจะสนองความรู้สึกนั้นในทันที มีมือบางยื่นมาแตะบ่า ละมุน
"..
อดทนหน่อยครับคุณอุตส่าห์อดทนมาหลายสถานีแล้ว
ผมมองคุณอยู่นะ แอบเห็นคุณขำ คุณหัวเราะและยิ้ม อยู่บ่อย ๆ

วันนี้ก็ยิ้มหน่อยสิครับ
.."
เจ้าของมือบางๆ ผ้าเช็ดหน้าสีฟ้ามาให้ผม ผมจึงส่งรอยยิ้มกลับไป
"..
ขอบคุณคับ เรารู้จักกันรึเปล่านี่.." ผมมองหน้าเขาอย่างพยายามนึก
"..
ผมเป็นใครเหรอ ก็คงเป็นหลาย ๆ คนที่คุณเดินผ่านและเราอาจจะได้ลงสถานีก็เป็นได้ ใครจะรู้หล่ะจริงมั้ย.."
เขายิ้มอย่างคนอารมณ์ดีแล้วเดินไปตู้ข้างหน้าทิ้งผมไว้กับผ้าเช็ดหน้าและความทรงจำดี ๆ

ผมตัดสินใจเดินตามเขาไปจนทันเห็นแผ่นหลังนั้น
"..
คุณลงสถานีข้างหน้ามั้ยคับ ผมว่าเราควรลงแล้ว.."
เขาหันมายิ้มรับ แล้วถามผมอย่างสุภาพว่า
"..
แน่ใจหรือครับ ว่า เรา ควรลงได้แล้ว.." เขายิ้มขัน ๆ อีกตามเคย
"..
มั้ง ไม่รู้สิผมว่าลงเถอะ ผ่านมาหลายสถานีแล้วนี่.." ผมตอบอย่างงอน ๆ ประสาเด็ก
"..
เอาหล่ะ ลงก็ลง ผมว่าเราถึงแล้วหล่ะใช่มั้ยครับคุณ.."
เขาฉวยข้อมือผมก้าวไปที่บันไดรถไฟ พร้อมกันนั้นเสียงประกาศดังก้องไปทั่วทั้งรถไฟดังขึ้นว่า

"..
สถานีความรัก ยินดีต้อนรับครับ.."

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ให้ข้อคิดมากมายจริงๆค่ะ ^^
#1  by  ~himawari~ At 2006-11-14 21:45, 
สถานีความรักหรอ อิอิ
ชอบจังเลยบทความนี้
เอามาเปรียบได้ดีมากเลย
ชีวิตกะรถไฟ

<< Home


bombay-jockey
View full profile